ReadyPlanet.com
dot
dot
สมัครรับข่าวสารโปรโมชั่นพิเศษ!!

dot
dot
สินค้าประเภทประตูู
dot
bulletประตูไม้บานเดี่ยว
bulletประตูไม้บานคู่
bulletประตูกระจก stainglass
bulletSET ประตูบานชุดหน้าบ้าน
bulletประตูไม้เคลือบสีจากอิตาลี
bulletประตูห้องน้ำ UPVC ครบชุด
bulletประตู HDF
bulletคิ้วบัวไม้เทียม
bulletหน้าต่างไม้จริง
bulletวงกบไม้จริง
bulletลูกบิดประตู
bulletลูกบิดประตูห้องน้ำ
bulletบานพับ
bulletกันชนประตู
dot
เว๊บไซต์เกี่ยวกับอุปกรณ์ประตู
dot
bulletwww.chinno.net
bulletซีเมนต์ไทย ลูกบิดตราช้าง
bulletmature lock (ลูกบิดประตู)
bulletบานพับประตู หน้าต่าง
bulletupvcframetech.com
bulletthaithaworn.com
bulletKongsiri (กลอนประตู)
bulletwww.wr-stainless.com
dot
เว็บไซต์เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน
dot
bulletwww.homecreative.net
bulletwww.99 Homedesign
bulletwww.Decorreport.com
bulletwww.ka-rit.com
bulletwww.homedd.com
bulletthaibulid.com
bulletรวมอุปกรณ์ก่อสร้าง
dot
Linkที่น่าสนใจ
dot
bulletKapook.com
bulletสนุก! Sanook.com
bulletteenee.com
bulletthaisecondhand.com
bulletบ้านประหยัดพลังงาน
bulletgoogle-กูรู
bulletประมูลดอทคอม
bulletการเมือง manager online
bulletความรู้เรื่องไม้
bulletthaionlinemarket.com


Awards of Unifurn Co,.Ltd.


เกร็ดความรู้ในการซื้อประตู

 

 

 Q : อยากทราบว่าจะแก้ไขปัญหาของวงกบประตูที่ถูกฝนสาดเป็นประจำจนทำให้วงกบพองไม่สามารถปิดประตูได้ จะแก้ไขได้อย่างไร   15/01/2552


A : ก่อนที่จะซ่อมแซมแก้ไขวงกบ และบานประตูดังกล่าว คิดว่าควรจะต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุก่อนครับ หากฝนสาดก็ควรทำหลังคา หรือกันสาดคลุมเหนือวงกบเสียเลย ปล่อยไว้จนบานและวงกบแห้งสนิทดี ถ้ายังฝืดอยู่ก็คงต้องถอดบานประตูออกมาไสปรับแต่งใหม่ การปรับแต่งบานประตูควรให้หลวมไว้บ้าง เผื่อการขยายตัวของบานประตูที่เกิดจากความชื้นในบรรยากาศโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ขัดสีผิวเดิมออก ทั้งบานประตูและวงกบ แล้วทาสีน้ำมันทับใหม่ให้ดี หรือจะใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ทาเคลือบผิวไว้ก็ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าไปในเนื้อไม้นั่นเอง 
 

 

 >เปิดหน้าต่างหัวใจคนด้วย...ประตูบ้าน  (วันที่โพสต์ 17ธันวาคม 2551)

 



 


สภาพ บานประตูที่ดี

        ควรเปิดและปิดได้เต็มที่ หากทำไม่ได้เปลี่ยนเป็นบานเลื่อนจะดีกว่า
บานประตูเปิดได้ไม่ถึง 180 องศา อาจไปติดกับผนังหรือ ตู้ โต๊ะ เตียง การดำเนินชีวิตของคนที่ใช้ประตูนั้น ยังไม่ประสพความสำเร็จสมปรารถนาได้อะไรเพียงครึ่งๆ กลางๆ หากเปิดประตูแล้วไปกระแทกสิ่งใดนั้น จะทำให้เกิดขัดแย้ง สุขภาพไม่ดี หรือมีกรณีพิพาทถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกคำพูดส่อเสียด (ประตูคือปาก) ต้องแก้ไขติดโช๊คอัพ หรือยางกันกระแทก

บานพับ เปิด - ปิด

        ควรดูแลอย่าให้เสียงดัง เอี๊ยด..อ๊าด ได้ยินแล้วรำคาญหงุดหงิด โดยเฉพาะใครที่อยู่เงียบๆ คนเดียว และขวัญอ่อน จะตกใจ หรือระแวงว่ามีอะไรผิดปกติ ทางสิ่งลี้ลับ อุ๊ยน่ากลัว?แต่ที่แน่ชัดคือ เป็นลางบอกเหตุ ถึงการติดขัดทางการติดต่อกระแสการเงินโชคลาภจะเริ่มลดถอย ต้องรีบหาน้ำมันมาหยอดเพื่อให้เสียงนั้นหายไป โดยเร็วที่สุด เมื่อเสียงดังมากขึ้นอาจลุกลามไปถึงการทะเลาะวิวาทบาดหมางใจกันด้วยเรื่องเล็กน้อย

กลอนประตู - หน้าต่าง

มีความสำคัญมาก ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ปิด - เปิด ได้สะดวก บานประตูไม่กระแทกใส่กลอนและกุญแจโดยง่าย นั้นถือว่าดีที่สุด

        บ้านใดประตูเปิดปิด แล้วเกิดเสียงดังย่อมบอกได้ว่าจะมีการทะเลาะวิวาท ประตูเสีย เช่น แตกหัก ต้องรีบซ่อม มิฉะนั้นคนในบ้านมีอุบัติเหตุ หรือมีเหตุไปหาหมอฟัน เพราะประตูคือปาก

เคล็ดลับ
ควรแก้ไขนั้นเล็กๆ น้อยๆ แต่มีคุณค่าและนำมาซึ่ง ความมั่งคั่งร่ำรวยมีความสุข อยากให้ลองทำด้วยตัวเอง แล้วจะรู้และสัมผัสได้ว่าสิ่งเหล่านี้อย่ามองข้ามควรพินิจพิเคราะห์ไปเรื่อยๆ ต่อไปเห็นประตูหน้าต่างบ้านใคร บอกได้ทันทีและแม่นยำถึง 80 - 90%

"การทำซุ้ม หรือหลังคาตรงประตูนั้นบอกเหตุอะไรหลายอย่าง"

        บ้านใดทำหลังคาประตูยื่นออกมานอกรั้วบ้านจนเกินไป ผู้อยู่อาศัยเป็นคนมีน้ำใจมีการแบ่งปันใจและทรัพย์สินการเงินให้ผู้อื่นเสมอ มักเป็นที่พอใจของคนรอบข้างความสัมพันธ์นี้อาจเลยเถิดกลายเป็นการปกป้องคุ้มครองตลอดไปก็มี

        เมื่อเปิดประตูอย่าให้เจอบันไดอยู่ตรงหน้ายิ่งบันไดลงนั้น ถือว่าผิดหลัก ทำให้การเงินรั่วไหลควรระวังให้มาก บางตำราให้ถือว่าประตูอัปมงคลแก้ไขด้วย ต่อชานยื่นออกไปสู่บันได ประมาณ 3 ฟุต


                                                                                           ขอบคุณแหล่งที่มา
                                                                                       www.homedd.com


>เปิดหน้าต่างหัวใจคนด้วย...ประตูบ้าน (วันที่โพสต์ 17ธันวาคม 2551)

อ. เพ็ญรัตน์ พัวพงษ์ไพโรจน์

        ถนนหนทางสัญจรไปมาเปรียบเหมือนกระแสน้ำที่ไหลรวมถึงกระแสลมที่พุ่งตรงก่อให้เกิดความรุนแรงไม่สมดุลกับ ทางเข้า-ออก ประตูที่พุ่งพลังเข้าสู่บ้าน ทำให้บ้านรับกระแสที่ไม่สมดุลนั้นด้วย ฉะนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงมีประตูอยู่ตำแหน่งที่ถนนที่พุ่งตรงเข้ามา ซึ่งทุกตำราจะมีข้อห้ามตรงกันด้วยเหตุผลหลายประเด็น เช่น รถที่วิ่งอาจเสียหลักมาชนประตูบ้านเราก็ได้ก่อให้เกิด สุขภาพจิตไม่ปกติ

        บ้านที่มีโรงรถยื่นออกมาขวางประตูหรือทางเดิน เข้า-ออก จะเดินเข้าบ้านต้องอ้อมโรงรถ บ่งบอกถึง ความก้าวหน้า ของผู้อยู่อาศัยจะพลอยติดขัด กว่าจะได้อะไรก็ต้องเหนื่อยยากกว่าคนอื่น อนาคตและความหวังดูเลื่อนลอยอ้อมค้อมหรือคับแคบทำให้ความมุ่งมั่นตั้งใจสับสนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ


ควรแก้ไข
ติดตั้งดวงไฟที่มีลำแสงสาดส่องไปที่ประตูเพื่อให้เกิดพลังสมดุล ก่อให้เกิดกำลังใจจุดประกายทางเลือกของอนาคต หรือมีความหวังอะไรมากขึ้น ช่องทางการประกอบอาชีพราบรื่นกว่าเดิม

ประตูบ้านอยู่ทิศไหน สื่อนัยอย่างไร (คลิกที่ทิศ)




 


ผู้อาศัยจะมีกิจกรรมนอกบ้าน ช่วยเหลือคนอื่นเสมอ แก้ไขด้วยการปลูกต้นไม้ เพื่อปรับระดับให้ประตูและแนวรั้วสมดุลกัน หรือทำสวนหย่อมได้จะดีที่สุด


 


เหมาะกับผู้อยู่อาศัย ที่ประกอบอาชีพเดิมพันเป้าหมายของผลประโยชน์รายได้อยู่กับการเสี่ยง เปิดบ่อนการพนัน การกระทำที่เลี่ยงกฎหมายหมุนเงินได้คล่อง หรือเข้าไปคลุกคลีมีโชคจากบุคคลประเภทเจ้าของบ่อนไพ่ สนุกเกอร์ เจ้ามือหวย


 


(เปิดผิดทาง) ก่อให้เกิดพลังติดขัด ส่งผลถึงการแสวงผลประโยชน์ โชคลาภการเงินได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ อารมณ์และจิตใจจะไม่กล้าแสดงออกเต็มที่ ต้องแก้ไขด้วยการเปลี่ยนเป็นประตูเลื่อน หรือเปลี่ยนบานพับเสียใหม่ การใช้กระจกเงาติดที่ผนังเพื่อขยายพื้นที่ดูแล้วกว้างกว่าเดิม ติดโคมไฟส่องขึ้น แขวนระฆัง หรือกระดิ่งเพื่อให้เกิดเสียงเมื่อเวลา เปิด-ปิด นั้นเป็นวิธีกระจายพลังที่ติดขัดให้กลายเป็นดีได้เช่นกัน



 

หน้าบ้านมักจะมีอ่างน้ำ หรืออ่างเลี้ยงปลา น้ำตก น้ำพุ ควรให้อยู่ตำแหน่งซ้ายมือของประตู เพราะเป็นมุมของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ (ไม้สายลม) ทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองประกอบกิจการธุรกิจมีแต่ผลประโยชน์รายได้ เพราะแหล่งน้ำเป็นสัญลักษณ์ของธุรกิจความเจริญรุ่งเรือง อ่างน้ำ อ่างปลา น้ำพุ น้ำตก อยู่ทางขวามือของประตู มุมสมรส (แม่เฒ่า) ผู้อาศัยมักมีปัญหาทางชู้สาว สนุกสนานกับการสังคมเพลิดเพลินนอกบ้าน หรือมีปัญหารักใคร่กับคนชายคาเดียวกัน

วิธีแก้ไข ควรแก้ไขด้วยการติดน้ำหมุนให้น้ำนั้นหมุนเข้าตัวบ้าน วางก้อนหินไว้ 9 ก้อน ที่ก้นอ่างเพื่อถ่วงดุลหรือช่วยทางจิตใจได้บ้างในวิธีนี้ค่ะ



 

ไม่เป็นที่นิยมทั้งศาสตร์ของไทย และฮวงจุ้ย หมายถึง การรั่วไหล ทรัพย์สินหามาได้เก็บไม่อยู่ โอกาสมีมาก็มากไม่สามารถฉกฉวยผลประโยชน์ได้เท่าที่ต้องการ หรือถูกลักขโมย ถูกงัดแงะเสียทรัพย์สิน ประตูทั้งสองอยู่ใกล้กันมากเท่าไร สถานการณ์ก็จะรุนแรงมากขึ้น

วิธีแก้ไข แก้ไขด้วยการใช้ฉากกั้นประตูหลัง หรือใช้ตู้กั้นจะดีที่สุด



            นอกจากนี้ หากทางเข้าประตูคับแคบ มีอาคารปิดบังหรือต้นไม้ปกคลุม มืดครึ้ม กระแสฮวงจุ้ยติดขัด หมายถึง การปิดกั้นโชคลาภ สุขภาพไม่ปกติ การขับถ่ายทางเดินอาหาร ระบบหายใจติดขัด สุขภาพจิตใจพลอยขุ่นมัว มีความวิตกกังวล ประกอบกิจการธุรกิจไม่ก้าวหน้าเท่าที่หวังไว้

วิธีแก้ไข แก้ด้วยการติดโคมไฟเพื่อให้สว่างขึ้นใช้กระจกเงาสะท้อนแสงข้างนอกเข้ามาสู่ประตูจะทำให้ดูโปร่งโล่ง หากมีต้นไม้ปกคลุมเกินไปต้องตัดออกเสียบ้าง อย่าปล่อยไว้ดูรุงรัง ลองทำดูซิคะ มองทีไรสดชื่นแจ่มใสกว่าที่ยังไม่ได้แก้ไขอะไรเลยค่ะ

ลูกบิดประตูที่เปิดแล้วไปชนกับประตูบานอื่น หมายถึง การขัดแย้งปีนเกลียว จ้องจับผิดของผู้อยู่ให้นำริบบิ้นสีแดงมาผูกไว้ หรือแขวนกระดิ่งก็ได้ วิธีแก้ไข วิธีที่ดีที่สุด ควรเปลี่ยนเป็นบานเลื่อน หรือเปลี่ยนบานพับเพื่อเวลาเปิดจะได้ไม่มาขบกันค่ะ


                                                                                                         ขอบคุณแหล่งที่มา
                                                                                                   www.homedd.com

 
 
 
 
>เปิดหน้าต่างหัวใจคนด้วย...ประตูบ้าน...(วันที่โพสต์ 17ธันวาคม 2551)


โดย อ. เพ็ญรัตน์ พัวพงษ์ไพโรจน์

ลักษณะประตูที่ดี

        เปิดแล้วต้องเห็นสิ่งที่เจริญตาเจริญใจ ไม่มีสิ่งปิดกั้น หรือหน้าประตูมีต้นไม้หรือเสาไฟขวางอยู่ ประตูบ้านร้านค้ามีความสำคัญเหมือนกันคือ ต้องอยู่ในสภาพไม่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันดับแรก เรียกว่าประตูจะดูเลิศหรูวิจิตรเพียงใด บานพับ ล้อเลื่อนต้องมีความคล่องอย่าปล่อยให้ประตูถูกทอดทิ้งไม่เอาใจใส่ หรือมีไว้เพื่อการ เข้า - ออก เท่านั้น โดยเฉพาะตัวบานประตูหากมีความเก่าผุพังต้องรีบซ่อมเวลาเปิดปิดลงกลอนได้สะดวกหรือไม่สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงสุขภาพ ความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย กระแสการงาน การเงิน ของบุคคลในบ้านได้ว่าดีหรือร้าย

เปิดประตู เจอต้นไม้ใหญ่ เสาใหญ่ เสาไฟฟ้า หรือตึกสูง มาบังสายตา เห็นทิวทัศน์ไม่เต็มที่         ควรแก้ไขด้วยการติดคำขวัญ เช่น มั่งมีศรีสุข หรืออักษรจีนคำที่เป็นมงคล หาซื้อได้ที่เยาวราชนำมาติดไว้เพื่อให้ต้นไม้หรือเสานั้นกลายเป็นป้ายอวยพรเมื่อเปิดประตูทุกครั้งที่ เข้า - ออก จะเห็นคำมงคลอยู่เสมอ

ประตูควรมีสัดส่วน รูปร่าง ที่สมดุลกับตัวอาคาร
บ้านใหญ่ประตูเล็กและ แคบการประกอบอาชีพจะได้มาแบบไม่เต็มที่ คือหาไม่พอใช้จะทำอะไรมักจะติดขัด หรือช่องทางธุรกิจติดต่ออะไรไม่กว้างไกล วิถีชีวิตทำมาหากินมีอยู่ในวงจำกัด ไม่มีทางขยับขยายกิจการใดๆ ได้ตามความคาดหวัง ควรแก้ไข ด้วยการติดกระจกเงาเพื่อขยายให้ประตูนั้นดูกว้างขึ้น

ประตูกว้างเกินพอดีกับตัวบ้าน ค่าใช้จ่ายมาก รั่วไหลทางการเงิน บุคคลในบ้านที่เป็นผู้ปกครอง เช่น พ่อ - แม่ เหน็ดเหนื่อยทำมาหาเงินได้มาต้องเสียไปกับเรื่องไม่จำเป็น บริหารเงินผิดหลักโชคลาภจะหลุดลอย หรือหลักทรัพย์เงินทองเก็บไว้ไม่อยู่ ทำให้หลักฐานฐานะไม่มั่นคง ได้มาก็จ่ายหมด

เคล็ดลับ หรือการแก้ไข

หาต้นไม้ใหญ่ตั้งไว้ใกล้ๆ แต่อย่าเบียดชิดประตู เพื่อเบรคความกว้าง หรือถ่วงดุลให้แลเห็นประตูนั้นดูแคบลง ต้นไม้ควรเป็นต้นไผ่เพราะต้นไผ่เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงามเร็ว ในกรณีที่ประตูเป็นกระจกใส ผ้าม่านเป็นตัวยืดหยุ่นได้ดีที่สุดการใช้ของหนักๆ เช่น โต๊ะ หรือตู้ตั้งไว้ใกล้ๆ กับประตูก็ควรระวังว่า ไปปิดบังประตูหรือบังโชคลาภหรือเปล่า และจุดแก้ไขนี้ไม่เกี่ยวกับประตูร้านค้า


แก้ไขเปิดประตูเจอเสา ด้วยป้ายติดคำขวัญแก้เคล็ด "มั่งมี ศรีสุข"


แก้ไขประตูกว้างเกินไป แก้ไขง่ายๆ ด้วยการนำกระถางต้นไม้มาวางขนาบข้าง

 

จำนวนประตูกับหน้าต่าง ต้องมีสัดส่วนพอดีกันด้วย

เช่น ประตูมี 3 หน้าต่าง 9 ให้ถือว่าประตูน้อยเกินไปควรจะมีประตู 3 หน้าต่าง 6 การดูสัดส่วนประตูหน้าต่าง ใช้เฉพาะภายในตัวอาคารหรือห้องนั้น ไม่เกี่ยวกับประตูรั้วหรือบ้านหลังอื่นในรั้วเดียวกัน

  ประตู คือ ปากของ พ่อ - แม่ หรือผู้ใหญ่ในบ้าน
  หน้าต่าง เปรียบเหมือน ปากของลูกหลานบริวาร

ประตูมากเกินไป ผู้ใหญ่ หรือ พ่อ - แม่ มีปัญหากัน ครอบครัวไม่อบอุ่น ลูกหลานอึดอัดต่อการปกครองของ พ่อ - แม่ พูดมาก เด็กๆ บริวารลูกหลานกดดันจิตใจ


หน้าต่างมากเกินไป
ลูกหลานบริวารสร้างปัญหาพ่อแม่จะลำบากเพราะลูกไม่ทำมาหากิน หรือต้องคอยเลี้ยงดูเอาใจใส่ถึงแม้จะมีครอบครัวไปแล้วก็ตามข้อสำคัญคือ พึ่งลูกหลานไม่ได้ แล้วยังสร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย เป็นสาเหตุของสิ้นเปลืองเงินทองหรืออุปถัมภ์ค้ำชูไม่รู้จบสิ้น เสียเงินโดยไม่จำเป็น


เคล็ดลับ หรือการแก้ไข

ประตูมากเกินไป สัดส่วนที่พอดี คือ ประตู 1 หน้าต่าง 2 หากประตูมากกว่านี้ควรเพิ่มจำนวนหน้าต่างด้วยการติดกระจกเงา ติดภาพวิวเพื่อให้เห็นทิวทัศน์ แขวนระฆังแก้วที่หน้าต่างเพื่อให้การหมุนเวียนพลังให้ร้ายกลายเป็นดี

แต่ถ้าหน้าต่างมากเกินไป เช่น หน้าต่าง 3 ประตู 1 สัดส่วนของหน้าต่างสมัยนี้มักจะมีมากกว่าประตู เพราะส่วนมากใช้กระจกใสแทนฝา ทำให้ครอบครัวไม่อบอุ่น ลูกหลานไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ ชอบขัดคำสั่ง หรือโต้แย้งด้วย หน้าต่างคือปากของเด็ก ใช้ผ้าม่านทึบปิดหน้าต่าง เพื่อให้สมดุลหรือติดกระจกเงาที่ประตูเพื่อให้มีภาพสะท้อนของประตูเพิ่มจำนวนประตูที่น้อยกว่า

ประตูอยู่ตำแหน่งซ้ายมือของบ้าน เป็นประตูเศรษฐี ความมั่งคั่ง ร่ำรวย จะมีได้รวดเร็ว ผู้หญิงควรเป็นใหญ่ในบ้าน การทำธุรกิจกับคนมีฐานะดี ไม่ควรนำรองเท้ามาวางไว้ตรงหน้าประตู เพราะจะทำให้เสียเงินซื้อแต่รองเท้าราคาแพง ควรมีต้นไม้สีเขียวโตเร็ว หรือวางวัตถุสิ่งของที่เป็นโชคลาภ เช่น ฮก ลก ซิ่ว กำไลหยก (ปลอม) เหรียญโบราณ

 


 

ประตูอยู่มุมขวามือของบ้าน ประตูสมรส ครอบครัวมีความสุข แม่บ้านห่วงใยลูกหลานและมีน้ำใจดี กับคนรอบข้างมีแขกมาติดต่อ เยี่ยมเยียนเสมอ เหมาะกับงานสื่อสารสิ่งพิมพ์ งานบริการทุกประเภท ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้สดใส รองเท้าจัดวางไว้อย่าให้รกรุงรัง คุณจะมีแต่เรื่องรกสมองอยู่เสมอ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา

www.homedd.com

 
 
 
 
> ผลิตภัณฑ์ไม้กับความชื้น.????(วันที่โพสต์ 10 พฤสจิกายน 2551)
     
ท่านเคยสังเกตไหมว่าในฤดูฝน ทำไมเวลาที่เราเปิดบานหน้าต่างมักจะมีปัญหาเปิดไม่ค่อยออกหรือเปิดแล้วปิดไม่ได้?
คำตอบ ก็คือจากการขยายตัวของวงกบและบานหน้าต่างไม่เท่ากันนั่นเอง และสาเหตุของการขยายหรือหดตัวเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงความชื้นในเนื้อไม้นั่นเอง
ปัญหาเกี่ยวกับความชื้นในเนื้อไม้ของทุกผลิตภัณฑ์ไม้มักเกิดจากสาเหตุหลักๆคือ
1- ความชื้นในเนื้อไม้ จากขั้นตอนการผลิตในโรงงานหรือหลังจากการติดตั้ง ได้มีการควบคุมดีพอหรือไม่?
2 -การประกอบหรือติดตั้งได้กระทำอย่างถูกต้องหรือไม่?
3- การเปลี่ยนแปลงความชื้นในไม้หลังการใช้งาน
ผลิตภัณฑ์ไม้กับความชื้น
 
     
 Door & Floor
 
ท่านเคยสังเกตไหมว่าในฤดูฝน ทำไมเวลาที่เราเปิดบานหน้าต่างมักจะมีปัญหาเปิดไม่ค่อยออกหรือเปิดแล้วปิดไม่ได้?
คำตอบ ก็คือจากการขยายตัวของวงกบและบานหน้าต่างไม่เท่ากันนั่นเอง และสาเหตุของการขยายหรือหดตัวเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงความชื้นในเนื้อไม้นั่นเอง
ปัญหาเกี่ยวกับความชื้นในเนื้อไม้ของทุกผลิตภัณฑ์ไม้มักเกิดจากสาเหตุหลักๆคือ
1- ความชื้นในเนื้อไม้ จากขั้นตอนการผลิตในโรงงานหรือหลังจากการติดตั้ง ได้มีการควบคุมดีพอหรือไม่?
2 -การประกอบหรือติดตั้งได้กระทำอย่างถูกต้องหรือไม่?
3- การเปลี่ยนแปลงความชื้นในไม้หลังการใช้งาน
ซึ่งในบทความนี้ทำให้ท่านเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น
ผู้ที่คิดจะใช้ผลิตภัณฑ์ไม้จึงควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับความชื้นในเนื้อไม้ว่าจะมีผลต่อพื้นผลิตภัณฑ์ไม้อย่างไร โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ไม้จะต้องผ่านการอบเพื่อให้ได้ความชื้นในเนื้อไม้ที่เหมาะสมและหลังจากกระบวนการผลิตไปจนถึงมือผู้ใช้งานความชื้นในผลิตภัณฑ์ไม้จะเพิ่มขึ้น อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม้มีการขยายตัว ผู้ใช้งานจึงควรควบคุมไม่ให้ความชื้นในไม้เปลี่ยนแปลงมากเกินไปเท่าที่สามารถทำได้ เช่นหากเป็นการปูพื้นไม้บนพื้นคอนกรีตควรทิ้งพื้นคอนกรีตไว้ระยะหนึ่งเพื่อไม่ให้ความชื้นจากพื้นคอนกรีตทำให้มีผลกับพื้นไม้ที่จะติดตั้งหรืออาจปูวัสดุป้องกันความชื้นเช่นแผ่นโฟม เป็นต้น หรือหลีกเลี่ยงการนำผลิตภัณฑ์ไม้ไปใช้งานในลักษณะที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงความชื้นมากๆเช่นการนำไม้เนื้ออ่อนไปใช้งานกลางแจ้งโดยไม่มีการป้องกันการเปลี่ยนแปลงความชื้นในเนื้อไม้ เช่นการทาWood oil หรือการเลือกชนิดไม้ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง เป็นต้น

ทำไมจึงต้องมีการอบไม้ก่อนนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

  
     ตามธรรมชาติไม้ที่ยังยืนต้นอยู่จะมีน้ำอยู่ในเซลล์เพื่อหล่อเลี้ยงต้นไม้ ซึ่งน้ำหนักของน้ำในเซลล์เหล่านี้อาจมากกว่าน้ำหนักของตัวเซลล์ไม้ด้วยซ้ำ หลังจากมีการตัดไม้มาใช้งาน ไม้จะเริ่มสูญเสียน้ำออกมาจากเซลล์โดยจะมีการคายน้ำออกมาอย่างรวดเร็วในช่วงแรกๆและค่อยๆลดอัตราการคายน้ำลงซึ่งหากปล่อยให้ไม้แห้งเองตามธรรมชาติอาจต้องใช้เวลานานมากกว่าจะนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ไม้ ซึ่งการหดตัวนี้จะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อไม้มีความชื้นประมาณ25-30% และจะยังคงหดตัวเรื่อยไปจนไม้ไม่มีความชื้นในเนื้อไม้เลย(ความชื้น=0%)
    
 
 
ดังนั้นในอุตสาหกรรมไม้ที่ได้มาตรฐานจึงนิยมการนำไม้มาอบเพื่อ
       1- ให้ได้ไม้ที่มีความชื้นใกล้เคียงกันที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการหดตัวที่ไม่เท่ากัน
       2- เพื่อประหยัดเวลาในการปล่อยให้ไม้แห้งลงเองตามธรรมชาติ
       3- เพื่อความสะดวกรวดเร็วและความสวยงามในขั้นตอนการทำสี

    
   ปัญหาของความชื้นในผลิตภัณฑ์ไม้ส่วนใหญ่นอกเหนือจากการประกอบหรือขึ้นรูปจึงเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการอบไม้นี่เอง การอบไม่ที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ไม้มีลักษณะแข็งนอกหรือแข็งใน หากเปรียบเทียบง่ายๆก็เหมือนการย่างเนื้อที่สุกแต่ข้างนอก ดังนั้นในเนื้อไม้จะยังมีความเค้น(Stress)อยู่ เมื่อนำไปประกอบหรือผลิตก็ย่อมเกิดปัญหาต่อผลิตภัณฑ์ไม้นั้นๆ โดยเฉพาะพื้นไม้หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับอากาศเช่นเฟอร์นิเจอร์สนาม เป็นต้น

   
   ดังนั้น หากต้องการผลิตภัณฑ์ไม้ที่ได้มาตรฐาน ควรสอบถามจากผู้ผลิตหรือจำหน่ายเกี่ยวกับขั้นตอนที่ใช้ในการอบไม้ และหากเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูงการยอมจ่ายแพงกว่าอาจคุ้มค่ากว่าการเลือกโดยใช้ราคาหรือรูปลักษณ์อย่างเดียวในการตัดสินใจ
 


 > ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย บ้านที่ประตู-หน้าต่างเยอะ..เงินไหลออกจริงหรือ..? (วันที่โพสต์ 17 ตุลาคม 2551)

เอื้อเฟื้อแบ่งปันเนื้อหาสาระโดย อ.มาโนช ประภาษานนท์

"บ้านหลังหนึ่ง ควรมีประตูกี่บานถึงจะดี เห็นตำราบอกว่า ห้ามมีมากเงินจะไหลออก จริงหรือเปล่า" 


       คำถามนี้ ถ้ามองแค่ในตำราฮวงจุ้ยก็ต้องตอบว่า จริงครับ แต่ถ้ามองในการนำมาใช้กับเมืองไทยบ้านเรา ก็ต้องบอกว่า ไม่จริงครับ หลายคนอาจจะทำหน้างง ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่า ข้อบัญญัติในทางฮวงจุ้ยเกี่ยวกับเรื่องของประตู หน้าต่าง กำหนดไว้จริงไม่ให้มีมากเกินไป
       เหตุผลก็คงเป็นเรื่องการไหลเวียนของชี่ภายในบ้าน เพราะประตูเป็นช่องผ่านของชี่ เส้นทางเดินของชี่ภายในบ้าน ก็เปรียบเสมือนเส้นเลือดภายในร่างกายของคนเรา ถ้าวางได้ดีและถูกต้อง กระแสการไหลเวียนภายในบ้าน ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด เดินเข้าออกอย่างสะดวก คนในบ้านนั้นก็อยู่กันอย่างสบาย 
       
ระบบการไหลเวียนภายในบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก บ้านที่กระแสชี่ไหลเวียนไม่ดี ย่อมส่งผลกระทบต่อคนในบ้านได้ เสมือนคนที่เลือดลมภายในร่างกายเดินไม่ดี ก็จะต้องเจ็บป่วยไม่สบายเป็นธรรมดา คำว่า "ชี่" ในที่นี้ ก็หมายถึง "ลม" นั่นเอง
บ้านที่มีประตูหน้าต่างเยอะ จะรับลมเข้ามาบ้านเยอะตามไปด้วย ถ้าเป็นบ้านในเมืองจีน ก็ถือว่าไม่ดีเพราะเป็นลมหนาวเสียส่วนใหญ่ ทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย ต้องเสียเงินเสียทองเป็นค่ายารักษา นี่คือเหตุผลที่ตำราบอกว่า เงินไหลออกครับ แต่ถ้าเป็นเมืองไทยล่ะ อากาศส่วนใหญ่จะร้อน เพราะฉะนั้น การมีประตูหน้าต่างเยอะเพื่อรับลม จึงได้ประโยชน์ครับ อย่างบ้านทรงไทยของเรา มีหน้าต่างรอบบ้าน แถมใต้ถุนยังโล่งอีกต่างหาก เรียกว่ารับลมกันเต็มๆ อยู่สบายครับ
       
        หลักฮวงจุ้ย จะมีข้อบัญญัติในการกำหนดตำแหน่งของประตู หน้าต่าง เอาไว้ ลองมาดูสิว่า ตำราว่าไว้อย่างไร บ้านทุกหลัง จะต้องมีประตูหลังบ้านเสมอ ในทางฮวงจุ้ยถือว่า บ้านที่ไม่มีประตูหลัง จะก่อสภาพอุดตัน เพราะกระแสชี่ไม่สามารถไหลเวียนจากหน้าบ้านไปหลังบ้านได้ ถ้าเปรียบเทียบในเชิงตรรกะวิทยา บ้านที่ไม่มีประตูหลัง ลมที่พัดเข้าหน้าบ้าน ไม่สามารถหมุนเวียนภายในบ้านได้เลย เพราะการที่ลมจะหมุนเวียนได้นั้น จะต้องมีทางเข้าและทางออก เมื่อลมไม่สามารถไหลเวียนได้ทั่วบ้าน ก็จะทำให้บ้านอับ ส่งผลกระทบในเรื่องสุขภาพของคนในบ้านได้ง่าย นั่นเอง
       
        ประตูห้ามวางตรงกัน กรณีของประตูตรงกัน ถือเป็นข้อบัญญัติพื้นฐานในทางฮวงจุ้ยอยู่แล้ว เหตุที่ห้ามเอาไว้ก็เพราะ ประตูที่ตรงกัน จะทำให้กระแสชี่ (ลม) วิ่งเป็นเส้นตรง ลมจะพัดเข้าบ้านแรงกว่าปกติ ทำให้ลมสามารถกระจายไปทั่วบ้านได้

(ตัวอย่างการวางประตูที่ผิดหลักฮวงจุ้ย)
 


       หลักฮวงจุ้ย จะต้องไหลอย่างคดเคี้ยว และไหลเวียนได้ทั่วทุกห้องตำแหน่งประตูที่ดี จึงควรอยู่ในลักษณะที่ทแยงมุมกัน ถ้าประตูเกิดตรงกันก็สามารถใช้ฉากมากั้นระหว่างประตู เพื่อกำหนดเส้นทางให้กระแสชี่ไหลหลบฉากกั้นไม่พุ่งเป็นเส้นตรง การไหลเวียนของชี่ก็สามารถกระจายไปทั่วบ้านได้
      
       ประตูออกสู่ตัวบ้าน ไม่ควรมีมากเกินไป การกำหนดตำแหน่งของประตูแต่ละจุด จะต้องให้สัมพันธ์กับการไหลของชี่ด้วย ถ้าประตูมีมากหลายจุด ก็จะทำให้กระแสชี่ไหลออกนอกบ้านเร็วเกินไป ศัพท์ทางฮวงจุ้ยจะบอกว่า "เก็บทรัพย์ไม่อยู่" เพราะมีช่องรั่วไหลมาก นั่นเอง กรณีนี้ก็อย่างที่ผมอธิบายไปแล้ว 
      
       การวางตำแหน่งของประตูหรือหน้าต่างภายในบ้าน จะต้องพิจารณา โดยการดูทางลมเป็นสำคัญ เพราะช่องประตูและหน้าต่างเป็นตัวเปิดรับลมให้เข้าบ้านโดยตรง ขนาดของบ้านก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดช่องของประตูหน้าต่าง บ้านหลังใหญ่ก็ควรมีมากพอ 
       
       บางคนไปกังวลกับเรื่องนี้มากเกินไป ไม่กล้าเจาะช่องประตูมาก กลัวเงินรั่วไหลอย่างที่ตำราบอกเอาไว้ จนบางทีทำให้ความสมดุลภายในบ้านเสียไป การใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านไม่สะดวก ต้องเดินอ้อมเพราะมีประตูน้อย บ้านอุดตัน อับทึบ ไม่มีลมวิ่งผ่านเลย 
       
      เพราะฉะนั้น จำนวนของประตูหน้าต่างจะมีมากหรือน้อย ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ให้พิจารณาเรื่องการไหลเวียนของอากาศภายในบ้าน และการใช้สอยเป็นหลัก ก็แล้วกันครับ? 

 

 

 
 
 
 
 
 

 
>จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องซื้อขนาดประตูบ้านเท่าไหร่??? (วันที่โพสต์ 18 ธันวาคม 2551)
 
 
 
1.  สำหรับประตูบานเดี่ยว ต้องรู้ขนาดของประตูที่ต้องการจะติดตั้งก่อนว่า ขนาด กว้างxสูง กี่ เซนติเมตร ซึ่งคุณต้องวัดเอาให้พอดีกับขนาดของวงกบของที่บ้านคุณ โดยอาจเผื่อไว้ซัก 2-5 มิลลิเมตร เพื่อให้ช่างรับเหมาไสได้ให้พอดีกับวงกบของคุณแต่โดยทั่วไปประตูบานเดี่ยวภายในบ้านจะมีขนาดมาตรฐานคือ (80x200 cm.) อยู่แล้ว ขนาดมาตรฐานที่ใหญ่กว่านี้คือ 90X200 cm และ 100X200 Cm (นิยมใช้มากทางภาคใต้ครับ) 

2.  สำหรับประตูนอกบ้าน (บานคู่) นั้นโดยจะมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของประตูภายในบ้านเพื่อการเปิดรับอากาศถ่ายเทได้สะดวกและเพ่มความโดดเด่นเป็นสง่าและสิริมงคลกับผู้อยู่อาศัยด้วนครับ ซึ่งโดยทั่วไปขนาดจะอยู่ที่ 160X200 cm ซึ่งคุณสามารถเลือกแบบประตูใน Web ได้เลย หรือจะวัดจากสถานที่ๆ จะติดตั้งจริงแล้วค่อยมาเลือกซื้อดูก็ได้ครับ 






 >จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องซื้อขนาดบานพับเท่าไหร่??? (วันที่โพสต์ 18 ธันวาคม 2551)

  
 
 
 
1. สำหรับประตูไม้ ขนาด 70X200และ 80X200 นิยมใช้บานพับขนาด 4X3 นิ้ว จำนวนบานละ
3 ตัว โดยหากแกนของบานพับยิ่งหนาจะยิ่งแข็งแรง และป้องกันอาการบานห้อยหรือตกในระยะยาวได้ด้วยครับ
 
 1. สำหรับประตูไม้ ขนาด 90X200 ขึ้นไป นิยมใช้บานพับขนาด 4X3 นิ้ว จำนวนบานละ 4 ตัว โดยหากแกนของบานพับยิ่งหนาจะยิ่งแข็งแรง และป้องกันอาการบานห้อยหรือตกในระยะยาวได้ด้วยครับ
 



>จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องซื้อลูกบิดแบบไหนดีที่สุด??? (วันที่โพสต์ 18 ธันวาคม 2551)
 
 
ลูกบิดประตู DK004
โดยทั่วไปลูกบิดในท้องตลาดจะมีหลายประเภทและทำจากวัสดุที่แตกต่างกันไป เช่น เหล็ก ทองเหลือง และแสตนเลส
 
-ลูกบิดเหล็ก : ในระยะยาวจะมีปัญหาขึ้นสนิมได้ แต่จะมีความสวยงาม เพราะสามารถใส่สีลงไปได้ เช่น รมดำ โดยทั่วไปมีขนาดถูกสุดแต่มีอายุการใช้งานสั้นสุด
-ลูกบิดทองเหลือง : มีความทนทานมากขึ้น ไม่เป็นสนิม แต่มีข้อเสียคือราคาแพงและเมื่อโดนอากาศนานๆจะเปลี่ยนเป็นสีดำจากการสันดาปของออกซิเจนกับทองเหลือง
 
- ลูกบิดแสตนเลส : มีความทนทานมาก และไม่เป็นสนิม จึงมีอายุการใช้งานนานที่สุด แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถใส่สีได้โดยจะมีแค่สีเงินวาวอย่างเดียว (หากทำสีต้องชุบสารเคมีพิเศษ ซึ่งจะทำให้มีราคาแพงมาก)




 

>ประตูบ้าน.... ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยที่ไม่ควรมองข้าม
 
อ.มาโนช ประภาษานนท์ 


 
 

        "ประตูบ้าน" ในทางฮวงจุ้ยถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ฮวงจุ้ยว่าดีหรือไม่ดี เพราะถือว่า ประตูเป็นด่านแรกที่พลังชี่จะไหลผ่านเข้าสู่บ้าน ถ้าเสียตั้งแต่ทางเข้าแล้ว ต่อให้ภายในจัดได้ดีแค่ไหน ก็ไม่เกิดประโยชน์

        การพูดถึงประตูบ้าน จะหมายถึง "ประตูรั้ว" กับ "ประตูเข้าบ้าน" จะต้องพิจารณาทั้งสองประตูนี้ ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะทั้งสองประตูเป็นด่านแรกในการรับพลังชี่เข้าสู่บ้าน การวางตำแหน่งของประตูบ้าน จะมีหลักเกณฑ์มากมาย ลองมาดูสิว่า มีข้อบัญญัติอะไรบ้าง

        1. วางประตูรับกระแสวิ่งเข้า
         การกำหนดตำแหน่งของประตู โดยเฉพาะประตูรั้ว จะต้องดูกระแสวิ่งเข้าเป็นหลัก โดยในตำราฮวงจุ้ยจะระบุเอาไว้ว่า "กระแสวิ่งซ้าย ให้เปิดประตูด้านขวา กระแสวิ่งขวา ให้เปิดประตูด้านซ้าย" หลักการพิจารณากระแสวิ่งเข้า ก็ไม่ยากครับ ให้นึกถึงเวลาขับรถ กระแสที่วิ่งเข้าก็คือ กระแสที่รถวิ่งเข้าสู่ตัวบ้าน นั่นเอง

 

         2. ประตูอยู่ตำแหน่งมังกร
        ถ้านำหลักเสือขาว-มังกรเขียว มาพิจารณา ตำแหน่งประตูเข้าบ้าน (ประตูรั้ว) จะต้องอยู่ด้านซ้ายของบ้านเสมอ เพราะตำราฮวงจุ้ยจะถือว่า ตำแหน่งมังกรเป็นตำแหน่งใหญ่ การทำเป็นประตูทางเข้าถือว่าเป็นมงคล จะดีกว่าการเปิดประตูทางเข้าในตำแหน่งเสือขาว หรือด้านขวาของบ้าน แต่หลักนี้ไม่ใช่หลักตายตัว ยังไงต้องดูกระแสวิ่งเข้าประกอบด้วยี

        3. ประตูเข้าอยู่กลาง
        การวางตำแหน่งประตูทางเข้าบ้าน ไว้ตรงกลางจะเหมาะกับบ้านหลังใหญ่เท่านั้น เพราะหลักฮวงจุ้ยจะห้ามเอาไว้ว่า กระแสที่วิ่งมาจากประตูทางเข้า ห้ามชนตัวบ้าน ถ้าบ้านมีพื้นที่น้อย แล้ววางประตูอยู่ตรงกลาง โอกาสที่จะกระแสจะวิ่งชนตัวบ้านก็มีสูง

        4. ประตูรั้วห้ามตรงกับประตูบ้าน
        เมื่อได้ตำแหน่งของประตูรั้วแล้ว การพิจารณาประตูเข้าสู่ตัวบ้าน จะต้องเลือกวางประตูไม่ให้ตรงกับประตูรั้ว เพราะเป็นกฎข้อห้ามในทางฮวงจุ้ย เนื่องจากกระแสจะวิ่งเป็นเส้นตรงเข้าสู่ตัวบ้าน ถือเป็นกระแสที่ร้าย ห้ามวางอย่างเด็ดขาด ตำแหน่งที่ดีก็คือ ประตูเข้าบ้าน จะต้องอยู่เฉียงกับประตูรั้ว

        5. บริเวณหน้าประตูต้องโล่ง
        หน้าประตูใหญ่เข้าบ้าน ถ้าเป็นสนามหรือมีที่โล่ง จะถือว่าดีมาก เพราะบริเวณที่โล่งหน้าประตูบ้านก็คือ "เหม่งตึ้ง" หรือลานรับพลัง นั่นเอง ตำราฮวงจุ้ยเขียนไว้ชัดว่า หน้าประตูห้ามอุดตัน หรือมีสิ่งปิดบัง เช่น ต้นไม้ใหญ่ บริเวณหน้าประตูที่ดีจะต้องให้แสงแดดส่องถึง มีลมพัดผ่านได้ดี บ้านนั้นก็จะรับแต่สิ่งดีๆเข้าบ้าน

 

         6. หลีกเลี่ยงการวางตำแหน่งประตูอยู่ข้างบ้าน
        แบบบ้านส่วนใหญ่ มักวางตำแหน่งประตูเข้าบ้านให้หันมาหน้าบ้าน มากกว่าจะวางประตูเข้าไว้ทางด้านข้างของบ้าน ประตูที่หันหน้าไปสู่ถนนหน้าบ้าน จะรับกระแสเข้าได้ดีกว่า

        7. ประตูเข้าบ้านห้ามมี 2 ประต
        นี่เป็นกฎข้อห้ามอีกข้อหนึ่ง เพราะในทางฮวงจุ้ยถือว่า การมีประตูทางเข้าบ้าน 2 ประตู เท่ากับมี 2 ปาก จะเก็บทรัพย์ไม่อยู่

 

        8. ขนาดของประตูต้องสมดุลกับตัวบ้าน
        ประตูจะใหญ่จะเล็ก ต้องขึ้นอยู่กับตัวบ้านเป็นหลัก ประตูถ้าเล็กเกินไป ทำให้กระแสชี่ไหลเข้าไม่สะดวก ถ้าประตูใหญ่เกินไป กระแสชี่ก็จะกระจายออก เก็บรักษาชี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ทำให้พอดีกับขนาดของบ้านก็แล้วกัน แต่ส่วนใหญ่ประตูเข้าบ้านถ้ามีขนาดใหญ่จะดีกว่าเล็ก และมักทำเป็นประตูเปิดแบบสองบาน มากกว่าประตูบานเดียว

        9. การกำหนดทิศของประตู
         การที่ประตูจะหันไปทิศทางไหนดีนั้น ในทางฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ว่า ให้พิจารณาชัยภูมิให้ถูกต้องเสียก่อน ไม่ใช่เอาทิศมาเป็นตัวกำหนด ทิศของประตูที่ดีในตำราบอกว่า ทิศใต้ดีที่สุด เพราะทิศใต้เป็นทิศของทรัพย์หรือโชคลาภ นอกจากนี้ยังเป็นทิศทางลมที่ดีอีกด้วย

        รองลงมาก็เป็นทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศของมังกร เป็นทิศที่แสงจะส่องตอนเช้า ส่วนทิศไม่ดีก็คือทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่นำโรคภัยมาให้ เพราะเป็นทิศอับลม ฤดูหนาวก็นำลมแห้งแล้งมาสู่บ้าน มีแต่เรื่องเจ็บป่วยตลอดปี ส่วนทิศตะวันตก แดดส่องเข้าประตูในตอนบ่าย ทำให้บ้านร้อน

        10. ประตูควรเปิดเข้าหรือเปิดออก
         โดยธรรมชาติแล้ว การเปิดประตูในลักษณะเปิดเข้าย่อมดีที่สุด เพราะกระแสจะไหลอย่างราบรื่น แต่ในปัจจุบันประตูบ้านส่วนใหญ่จะเปิดออก เพราะต้องทำประตูเหล็กดัดอีกชั้นหนึ่ง ถ้ามองประเด็นนี้ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรมากถ้าประตูจะเปิดออก เรื่องความปลอดภัยน่าจะสำคัญมากกว่าความสะดวกในการเข้าบ้าน

        ผมว่าเอาแค่ 10 ข้อก่อนนะครับ ความจริงยังมีเรื่องปลีกย่อยอีกมาก แต่ผมว่าเอาหลักๆ ให้ถูกเสียก่อน เพราะบางคนชอบเอาเรื่องเล็กๆ ปลีกย่อยมาเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้เสียเรื่องหลักไป

        อย่าลืมว่า เรื่องประตูบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด เพราะถ้า ทางเข้าไม่ถูกหลักเสียแล้ว สิ่งดีๆทั้งหลายจะไหลเข้าบ้านได้อย่างไร จริงไหมครับ?

 

                                                                                                       ขอบคุณแหล่งที่มา

                                                                                                    www.homedd.com

 


 


ประตูรั้วกับประตูบ้านตรงกัน ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรงในทางฮวงจุ้ย

 


การวางตำแหน่งประตูรั้วตามกระแสชี่ที่วิ่งเข้าสู่ตัวบ้าน
 
 
 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.


บ.ยูนิเฟิร์น จำกัด 56 หมู่ 1 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี 12140 โทร: 02-5991388-9
แฟ๊กซ์ : 02 5991009  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณเล็ก และ คุณ โรส 063-2432269, 089-4922866, 081-1336723
E-mail : julie_magic@yahoo.com Website : www.unifurnthailand.com